7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง

7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง

  • August 23, 2021
  • By Admin: wut
  • Comment: 0

ครอบครัว ประกอบไปด้วยคนหลากหลายอาชีพ หลากหลายหน้าที่ และหลากหลายวัยมาอยู่รวมกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็น เด็ก วันรุ่น ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ ก็ต่างล้วนเป็นครอบครัวที่ควรดูแลเอาใจใส่กัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มาร่างกบย และสุขภาพที่อ่อนแอนั้นควรได้รับการดูแลที่เอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพราะร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยประสิทธิภาพอาจจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดโรคภัย อุบัติเหตุ หรืออารมณ์ที่แปรปรวนได้ การดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากคนในบ้าน 7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง เป็นคำแนะนำสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจผู้สูงอายุมากขึ้น และรู้วิธีการดูแลผู้สูงอายุแบบถูกวิธี

7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง

1. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

การดูแลผู้สูงอายุนั้นควรที่จะใส่ใจในเรื่องของอาหารในแต่ละมื้อ ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่จำนวน 3 มื้อ แต่ปริมาณอาหารในแต่ละมื้อควรลดลงให้พอดี เพราะผู้สูงอายุนั้นเริ่มมีฟัน และระบบเผาผลาญในร่างกายที่มีประสิทธิภาพลงลง ดังนั้นควรลดอาหารประเภทข้าว แป้ง เน้นเนื้อสัตว์ที่เคี้ยวกลืนง่าย เช่น เนื้อปลา ไข่ขาว รับประทานผักและผลไม้ให้มาก แต่ผลไม้ไม่ควรเป็นผลไม้ที่หวานจัดเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน ที่สำคัญหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด หวานจัด เค็มจัด รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ดังนั้นใครที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในบ้านนั้นควรดูแลเรื่องอาหารการกินมาก ๆ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาโรคต่าง ๆ ตามได้

7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง - รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

2. ควบคุมน้ำหนักด้วยการทานอาหาร และการออกกำลังกาย

เช่นเดียวกับเรื่องการทานอาหารที่เราควรจะมใส่ใจให้มาก ๆ นั่นก็คือ การควบคุมน้ำหนัก เพราะเมื่อแก่ตัวลงร่างกายของผู้สุงอายุก็จะทำให้ได้ไม่เต็มที่ เช่นระบบเผาผลาญที่อาจจะทำงานได้ไม่มากเท่าเดิม ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่าย และมีไขมันน้ำตาลสูงได้ง่าย ดังนั้นเราควรดูแลควบคุมน้ำหนักของผู้สุงอายุด้วยการควบคุมทั้งอาหารและการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4 ครั้งอย่างสม่ำเสมอควบคู่กัน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและส่งผลดีต่อการทำงานในระบบร่างกาย ไม่ควรให้รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง รสจัด นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อเข่าเสื่อม โรคหัวใจ ซึ่งการควบคุมน้ำหนักและการออกกำลังกายก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพดีไปอีกนาน

การควบคุมน้ำหนัก และการเลือกทานอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญมากทั้งกับผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักตัวมาก และคนทั่วไปที่อยากจะมีสุขภาพดี สำหรับใครที่กำลังหาอาหารที่สามารถช่วยลดน้ำหนัก และทานได้ทุกวัยนั้น อาหารลดไขมันหน้าท้อง ที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้ ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งถ้าทานในปริมาณที่พอดีจะทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

ยิ่งอายุมากขึ้นการพักผ่อนยิ่งสำคัญ โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่ ควรจะพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง เพื่อที่ร่างกายจะได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดีขึ้นใน อีกทั้งยังช่วยทำให้อารมณ์คงที่มากขึ้น เพราะการที่เรานอนเพียงพอนั้นจะทำให้ระบบในร่างกายเราทำงานได้ดีขึ้นรวมไปถึงเรื่องอารมณ์ต่าง ๆ และหากนอนน้อยหรือมากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เหมือนกัน ดังนั้นเราควรจะดูแลสุขภาพด้านการนอนของผู้สูงอายุให้ดี และคอยสังเกตว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงที่หลับหรือไม่

4. อารมณ์ที่แปรปรวนง่ายกับผู้สูงอายุ

เหมือนคำที่เคยกล่าวว่า ผู้สูงอายุก็เหมือนเด็ก ยิ่งอายุมากขึ้นก็เหมือนเรายิ่งกลับไปเป็นเด็กมากขึ้น ซึ่งเป็นเพราะปัญหาทางด้านจิตใจของผู้สูงอายุ ที่มักเกิดจากการสูญเสียความสามารถในการเป็นที่พึ่ง ภาวะผู้นำ การที่บุตรหลานเติบโต แยกย้ายไปมีครอบครัว ความวิตกกังวลในสภาพร่างกายที่ถดถอย เป็นต้น และด้วยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ที่ หงุดหงิด โมโห โกรธง่ายหายเร็ว เอาใจยาก เป็นเหตุทำให้ทะเลาะกับคนรอบข้าง

ดังนั้น เราควรจะเข้าใจผู้สูงอายุและช่วยหาวิธีผ่อนคลายความเครียดด้วยการ หางานอดิเรก เช่น ดูแลสวน เลี้ยงสัตว์ เล่นดนตรี วาดรูป งานฝีมือ หรือการพบปะเพื่อนฝูง พูดคุยกับคนในครอบครัว รับฟังกันและกันก็จะทำให้ผู้สุงอายุรู้สึกว่าตัวเองนั้นสามารถเป็นที่พึ่งของคนอื่นได้ และมีอารมณ์ที่แปรปรวนน้อยลง ซึ่งการมีเวลาในคนในครอบครัวนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

วิธีการดูแลผู้สูงอายุ - อารมณ์ที่แปรปรวนง่ายกับผู้สูงอายุ

5. อุบัติเหตุกับผู้สูงอายุ

อุบัติเหตุกับผู้สูงอายุ นั้นเป็นสิ่งที่มาคู่กันโดยเฉพาะในบ้าน เพราะเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นร่างกาย และทรางตัวต่าง ๆ ก็จะเริ่มลดประสิทธิภาพลง ทำให้อาจจะเกิดอาการมองไม่เห็น ตาฟาง เซ และทำให้ล้มลงได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเพศหญิง มีอัตราการหกล้มสูงถึง 30% ในแต่ละปี ซึ่งสาเหตุทำให้เกิดการหกล้ม คือ การเสียการทรงตัวและกลัวจะหกล้ม การทรงตัวที่ผิดปกติอาจมีสาเหตุจากความเสื่อมตามอายุ โรคของระบบประสาท เช่น เลือดไหลเวียนสมองน้อยลง อัมพาต ปอดบวม หัวใจขาดเลือด อัมพาต ระบบประสาทอัตโนมัติ และระบบประสาทส่วนปลายเสื่อม เบาหวาน แอลกอฮอล์ ภาวะทุพโภชนาการและโรคของสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว ความดันโลหิตตกเมื่อเปลี่ยนท่าจากการใช้ยาบางชนิด หรือเกิดภายหลังการนอนที่นานเกินไป

ภาวะทางจิต เช่น ความเครียดหรือซึมเศร้าก็อาจมีส่วนเช่นกัน ดังนั้นคนในบ้านควรจะใส่ใจผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น อาจจะดุแลของในบ้านไม่ให้เกะกะ การมีอุปกรณ์เสริมในการช่วยไม่ให้ลม หรือรับการกระแทกที่น้อยลง อย่างนวม แผ่นกันลื่น หรือไม้เท้าที่สามารถช่วยเรื่องการทรงตัวได้ และควรคอยสอดส่องดูแลเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

6. หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี     

สิ่งที่สำคัญสำหรับทุกวัยไม่ใช่แค่ในผู้สูงอายุนั่น คือ การตรวจสุขภาพประจำปี เพราะจะช่วยให้เรารู้ความผิดปกติของร่างกายตัวเอง และแกก้ไขได้ทัน เช่นเดียวกันกับผู้สูงอายุที่ควรหมั่นตรวจสุขภาพทุกปี เพราะเมื่อแก่ตัวลงระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็เสื่อมลง การเข้ารับการตรวจจะช่วยสังเกตความผิดปกติทั้งภายในและภายนอกร่างกาย เช่น คลำเจอก้อน แผลเรื้อรัง ไอเรื้อรัง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก ท้องอืด หรือถ้าเกิดอาการเช่นนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อเข้ารับการรักษาที่ทันท่วงที

7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม

ผู้สุงอายุนั้นมักจะมียารักษาที่มากมาย ทั้งตามที่แพทย์สั่งมา หรือไปหาซื้อมาเอง โดยเฉพาะพวกยาสมุนไพรที่นิยมกันในผู้สูงอายุ ซึ่งการใช้ยาเหล่านั้นอาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป 2 – 3 เท่า เพราะการกำจัดของเสียในร่างกายช้าลงมาก เนื่องจากการทำงานของไตและตับเสื่อมลง การตอบสนองต่อยาก็ต่างจากคนทั่วไป เช่น ไวต่อตระกูลฝิ่นและยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยสูงอายุอาจมีภาวะผิดปกติหลายอย่างจึงมีโอกาสได้รับยาหลายขนาน

ดังนั้น การเลือกใช้ยาเท่าที่จำเป็นและอย่างเหมาะสมจึงจำเป็นมากเพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียดังกล่าว เนื่องจากการทำงานตับและไตของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพลดลง เสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการใช้ยา ถ้ามีอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออันตรายถึงชีวิต ดังนั้น คนในบ้าน ควรดูแลการใช้ยาของผู้สูงอายุ ไม่ควรให้ทานยามี่หลากหลายชนิดมากเกินไป และไม่ควรซื้อยามาทานเอง เพื่อความปลอดภัยของผู้สูงอายุ

วิธีการดูแลผู้สูงอายุ - หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม

ผู้สูงอายุก็เป็นคนในครอบครัวคนหนึ่งที่ควรช่วยกันดูแล เอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายนั้นมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาตามมา เช่น โรคภัย อุบัติเหตุ หรืออารมณ์ที่แปรปรวนได้ ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุที่คนในบ้านควรช่วยกันทำนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ 7 คำแนะนำดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวให้สุขภาพแข็งแรง เป็นสิ่งที่คนในครอบครัวทุกคนต้องช่วยกันดูแลเป็นพิเศษเพื่อคนที่ที่เรารัก

สำหรับใครที่ต้องดูแลผู้สูงอายุ ก็อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองไม่ว่าจะในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ ใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม มีรังแค ผมร่วง หรือปัญหาอื่น ๆ นั้น ก็อย่าลืมหาวิธีแก้ไข โดยเฉพาะปัญหารังแคที่มักจะมาพร้อมความไม่มั่นใจได้ วิธีที่จะช่วยรักษา หรือแก้ปัญหารังแคนั้นก็มีหลากหลายวิธี วิธีจากธรรมชาติ ที่มีความปลอดภัยก็สามารถช่วยลดรังแคได้เป็นอย่างดี บทความเพิ่มเติมคลิกที่นี่