เหน็บชา คืออะไร ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหน็บชา

เหน็บชา คืออะไร ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหน็บชา

  • November 6, 2021
  • By Admin: wut
  • Comment: 0

โรคภัยไข้เจ็บ นั้นเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่อยากจะประสบพบเจอ แม้ว่าจะเป็นโรคเล็ก หรืออาการที่ไม่ได้ร้ายแรงก้อาจจะทำให้เราใช้ชีวิตลำบากได้ อย่าง อาการเหน็บชา เป็นอาการชาที่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ขา หรือแขน ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่า เหน็บชา คืออะไร ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหน็บชา สามารถมาทำความรู้จักกับอาการเหน็บชา รวมถึงวิธีป้องกันการเกิดอาการเหน็บชาได้

เหน็บชา คืออะไร

หลาย ๆ คนมักจะประสบปัญหากับ อาการเหน็บชา อยู่บ่อย ๆ ยิ่งในเวลาที่เราต้องนั่งท่าเดิมนาน ๆ หรืออยู่ในท่าทางเดิม ๆ มีอะไรมาทับแขนหรือขา ก็สามารถทำให้เกิดอาการเหน็บชาขึ้นได้ง่าย ๆ ซึ่งอาการนี้ส่งผลต่อการทำกิจกรรมในขณะนั้นไม่น้อย เหน็บชา (Beriberi) คือ โรคที่มีสาเหตุมาจากการขาดวิตามินบี 1 หรือไธอามีน (Thiamine) ซึ่ง ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ และต้องได้รับจากการรับประทานอาหารหรืออาหารเสริม โดยวิตามิน บี 1 จะมีหน้าที่ในการเร่งกระบวนการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเพื่อให้ได้น้ำตาลกลูโคส ซึ่งร่างกายต้องนำไปใช้ในการทำงาน การเจริญเติบโตและการเหนี่ยวนำของกระแสประสาทในร่างกาย ทำให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ เมื่อร่างกายขาดวิตามิน บี 1 จะทำให้เป็นเหน็บชา และทำให้เกิดอาการหลัก ๆ ได้แก่ หอบเหนื่อย หัวใจเต้นเร็ว และตับโต เป็นต้น ซึ่งสามารถพบอาการเหน็บชาได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ยิ่งในคนที่ติดสุรายิ่งมีอาการขาดวิตามิน บี 1 สูง

เหน็บชา คืออะไร ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหน็บชา - เหน็บชา คืออะไร

อาการเหน็บชา

อาการเหน็บชา นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเราสามารถเปลี่ยนท่าทาง หรือปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้ หากเกิดอาการชาที่ส่วนหนึ่งของร่างกาย ซึ่งอาการแบบนี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายสูง แค่อาจจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย หรือลำบากในช่วงขณะ แต่โรคเหน็บชาที่กล่าวถึงนี้เกิดจากการขาดวิตามินบี 1 โดยอาการสามารถเกิดขึ้นได้หลายแบบขึ้นอยู่กับอายุและอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ โดยแบ่งได้เป็น เหน็บชาในเด็ก (Infantile Beriberi) และเหน็บชาในผู้ใหญ่ (Adult Beriberi) ซึ่งโรคเหน็บชานั้นจะมีอันตรายที่มากกว่าอาการเหน็บชา

สาเหตุของเหน็บชา

เหน็บชา มักจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ๆ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะนั่ง หรือแม้แต่ตอนนอน อย่างที่เราทราบกันดีว่าอาการเหน็บชานั้น เกิดจากสาเหตุของ การขาดวิตามินบี 1 ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่ไม่มีวิตามินที่ครบถ้วน หรือขาดวิตามินบี 1  รวมไปถึงภาวะที่ร่างกายขาดวิตามิน บี 1 ก็สามารถทำให้เกิดอาการนี้ขึ้นได้ทันที โดยโรคนี้จะพบได้น้อยมากในพื้นที่ที่มีอาหารซึ่งอุมดมด้วยวิตามินอยู่มาก

โดยเฉพาะอาหารจำพวกธัญพืชและขนมปัง และจะพบมากในพื้นที่ที่คนนิยมบริโภคข้าวที่ขัดสีแล้วมากกว่าบริโภคข้าวซ้อมมือ เนื่องจากข้าวที่ได้รับการขัดสีจะมีวิตามีน บี 1 อยู่น้อยกว่าข้าวซ้อมมือ เป็นต้น  นอกจากนี้ยับงมีสาเหตุอื่น ๆ ทีทำให้เกิดอาการเหน็บชาได้อีก

เหน็บชา คืออะไร - สาเหตุของเหน็บชา

สาเหตุของการเกิดอาการเหน็บชาจากการขาดวิตามินบี 1

หากคุณเกิดอาการเหน็บชา เพราะขาดวิตามินบี 1 นั้น คุณจะต้องรับวิตามินบี 1 เข้ามาในร่างกายให้มากขึ้น และให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน อย่างการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 ร่วมด้วยจะช่วยให้คุณลดการเกิดอาการเหน็บชาลงได้ คุณควรเลือกบริโภคธัญพืชไม่ขัดสี

เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ถั่วต่าง ๆ ลูกเดือย ข้าวโพด เพราะวิตามินบี 1 จะอยู่ในส่วนของเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่งจะสูญหายไปหลังจากที่ขัดเมล็ดจนกลายเป็นข้าวขาว หรือผลิตภัณฑ์แป้งขัดขาว เพราะธัญพืชเหล่านี้จะมีวิตามินบี 1 อยู่จำนวนมาก ทั้งยังมีสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

สาเหตุของการเกิดอาการเหน็บชาจากการขาดวิตามินบี 12

อีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดอาการเหน็บชา คือ การขาดวิตามินบี 12 หลายๆ  คนอาจจะสงสัยว่าการขาดวิตามินบี 12 ทำให้ถึงทำเกิดอาการเหน็บชาได้ เนื่องจากเมื่อคุณรับวิตามินบี 12 ไม่มากพอต่อความต้องการของร่างกาย อาจจะทำให้เกิดความผิดปกติภายในกระเพาะอาหารที่สร้างสารช่วยดูดซึมวิตามิน B12 ทำให้วิตามินนี้ไม่สามารถดูดซึมได้ รวมทั้งผู้ที่มีการผ่าตัดลำไส้เล็กส่วนปลาย

ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ดูดซึมวิตามิน B12 ผู้ที่รับประทานอาหารแบบมังสวิรัติแบบเคร่ง ที่ไม่ดื่มนม กินปลาหรือไข่เลย เนื่องจากวิตามินบี 12 พบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารจากเนื้อสัตว์ สำหรับใครที่มักจะเกิดอาการเหน็บชา อย่าลืมทานวิตมินต่าง ๆ ให้เพียงพอ

การป้องกันเหน็บชา

การป้องกันอาการเหน็บชา หรือโรคเหน็บชาทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่นั้น คือ การรับวิตามินบี 1 และวิตามินบี 12 ให้ครบตามความต้องการของร่างกาย วิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้ คือ การเลือกรับประทานที่มีประโยชน์ และมีวิตามินต่าง ๆ อย่าง อาหารถั่วและธัญพืชที่อุดมด้วยวิตามิน บี 1 เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียวและงา หรือธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ จมูกข้าวสาลี และรำข้าว ธัญพืชเต็มเมล็ดหรือโฮลเกรน (Whole Grains) หรือในอาหารอย่าง เนื้อวัว เนื้อปลา และเนื้อหมูไม่ติดมัน ตับ ไต และไข่แดง นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม เช่น โยเกิร์ต

และในผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ฟักทอง กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts) ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง เห็ด และผลไม้เช่น แตงโม น้ำส้ม นอกจากนั้น ควรจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเหน็บชาให้น้อยลงได้ หากคุณต้องการมีสุขภาพที่ดี ก็ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เหน็บชา คืออะไร - การป้องกันเหน็บชา

หลายคนที่มักจะเกิดอาการเหน็บชานั้น น่าจะเกิดความรู้สึกรำคาญใจอย่างมาก เพราะอาการชาชั่วขณะจะทำให้เราทำอะไรได้ไม่สะดวก หรือลำบากขึ้น ซึ่งอาการเหน็บชา นั้นเกิดจากการที่เราขาดวิตามินบี 1 ที่จะช่วยดูแลร่างกายของเรา แม้ว่าจะไม่ได้เป็นอาการที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ แต่การดูแลตัวเองเพื่อลดการเกิดอาการเหน็บชาก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เหน็บชา คืออะไร ดูแลตัวเองอย่างไรไม่ให้เกิดอาการเหน็บชา ช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ 

สำหรับใครที่อยากจะดูแลตัวเองทั้งในเรื่องของสุขภาพร่างกาย ระบบภายในต่าง ๆ รวมถึงเรื่องผิวพรรณนั้น การเลือกรับประทานอาหาร เป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ที่จะทำให้คุณสามารถเปลี่ยนจากคนอ่อนแอเป็นคนมีสุขภาพดี อาหารบางชนิดยังช่วยชะลอวัยได้อีกด้วย 6 อาหารที่ช่วยชะลอวัย ให้ผิวสวยไม่แก่ เป็นอาหารที่จะช่วยบำรุงผิวพรรณของคุณให้กลับมาสดใสอีกครั้ง